ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 08/04/2545
ปรับปรุงเวบเมื่อ 11/09/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 186
0105551101699


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (186)
SEIKO Wall Clocks -นาฬิกาแขวนไซโก
นาฬิกาจับเวลา STOPWATCH
TIMER COUNTDOWN-นาฬิกานับเวลาถอยหลัง
LED CLOCK
RHYTHM WALL CLOCKS นาฬิกาแขวน ริทั่ม
RHYTHM TABLE CLOCKS นาฬิกาตั้งโต๊ะ ริทั่ม
RHYTHM DIGITAL LCD CLOCKS นาฬิกาดิจิตอล ริทั่ม
RHYTHM WOODEN CLOCKS นาฬิกาไม้ ริทั่ม



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








ยินดีต้อนรับสู่ "นาฬิกาบางกอก" บริหารงานโดย คุณอานนท์ วีระศานติกุล : " BKWC "
>สั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ siamwatch@gmail.com สอบถามเพิ่มเติม 081-684-6580 ได้ทุกวัน เวลา 8:00 - 18:00 ขอบคุณที่ท่านแวะมาเยี่ยมชมเรา BKWC 
  
 TEL . 02-552-5373
  FAX. 02-552-5374 
  Mobile 081-684-6580 (คุณนนท์) โทรมาเลยรับสายเองครับ
  Email : siamwatch@gmail.com
  ที่ตั้ง : 130 ม.ศรีรับสุข ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
CLOCK MENU / เลือกนาฬิกาเมนูด้านล่างนี้ (ปุ่มกด)

 
 
   
บทความ
ประวัตินาฬิกา (อ่าน 26074/ตอบ 0)

 

กว่าจะเป็น SEIKO 

     กว่า SEIKO จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแห่งโลกเวลาในปัจจุบัน ได้ผ่านเรื่องราวสร้างประวัติศาสตร์มายาวนาน มีวิวัฒนาการ  อย่างต่อเนื่องเคียงคู่ชาวญี่ปุ่น มาตอลด 120 ปี  โดยผู้ก่อตั้งบุกเบิกนาฬิกาไซโกให้ยิ่งใหญ่ เป็นที่กล่าวขาน คือ คินทาโรฮัตโตริ (Kintaro Hattori) ด้วยความรักและความผูกพันกับการทำงานด้านเครื่องบอกเวลามานานจนกระทั่งเปิดร้านจำหน่ายนาฬิกานำเข้าและรับซ่อม ในกรุงโตเกียวใช้ชื่อว่า K.Hattori & Co ., Ltd. เมื่อปี ค.ศ. 188ในช่วงเวลานั้น อุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาของญี่ปุ่นยังอยู่ในยุคเริ่มต้น    การทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจของ    Hattori  ทำให้เขาสามารถเปิดร้านได้ในย่านกินซ่าก่อนจะไปซื้ออาคารมาปรับปรุงจนเป็นที่รู้จักและถือเป็นสัญลักษณ์ของชาวโตเกียวในกาลถัดมาซึ่ง คือ ตึก Wako ในปัจจุบัน หลังจากนั้น เขาจึงตัดสินใจเปิดโรง ง า น ผลิตนาฬิกาที่มี    ราคาถูกกว่า นาฬิกานำเข้า แต่มีคุณภาพทัดเทียมกันโดยใช้ชื่อว่าเซโกะชาย (Seikosha)  หลังจากสงครามโลกได้ยุติลง  HATTORI  ได้วางรากฐานกิจการอย่างมั่งคง  แล้วสืบทอดให้ลูกชายทั้งสองคนเข้ามาดูแลแทน ในปี ค.ศ. 1924 Seikosha จึงเปลี่ยนเป็นชื่อ Seiko มีความหมายว่า "accurate" หรือในภาษาไทยเราก็คือ "เที่ยงตรง" นับตั้งแต่นั้นจึงได้เริ่มผลิตนาฬิกาข้อมือ ที่หลายคนประทับใจในคุณภาพ ความเที่ยงตรง และสร้างอาณาจักรไซโกให้รุดหน้ายิ่งขึ้นจาก seikosha ข้ามศตวรรษผ่านประวัติศาสตร์สู่ Seiko ในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลากว่า 120 ปี ภายใต้ปฏิญญาของไซโก คือ มุ่งมั่นและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างความพึงพอใจ ให้ลูกค้าไซโกทั่วโลก ยังคงพัฒนาสร้างสรรค์สิ่ง ใหม่ๆให้เกิดขึ้นกับวงการนาฬิกาอย่างต่อเนื่องเน้นการใช้เทคโนโลยีในการผลิตและยากที่หาใครเปรียบได้ผสมผสานกับดีไซน์เพื่อให้เข้ายุคสมัย จึงเป็นคำตอบให้ไซโกได้ภูมิใจกับนาฬิกา   ที่ไม่เคยเปลี่ยนจากใจของผู้รักเวลาทุกคน ให้สมกับคำว่า "ระยะทางพิสูจน์ม้า วันเวลาพิสูจน์คน ไซโก ยัง คงเป็นเจ้าแห่งเครื่องพิสูจน์เวลา "

 

 

                                                                                                                                                     ประวัติ CITIZEN

            ชื่อยี่ห้อ Citizen ถูกตั้งชื่อโดย นายชินเปอิ โกโต อดีตนายกเทศมนตรีแห่งโตเกียว  จากสถาบันวิจัยนาฬิกาโชโกชา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2467 (ค.ศ.1924) และชื่อนี้ก็ได้ถูกใช้มาจนถึงปัจจุบัน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาซิติเซนได้ผลิตนาฬิกา หลายล้านเรือน ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆ และสามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกกลุ่ม ยิ่งไปกว่านั้นซิติเซนได้สร้างซื่อเสียงให้กับตนเองเหมือนการปฎิวัติสิ่งใหม่ๆที่ยังไม่มีใครทำได้ ไม่ว่าจะเป็น การผลิตนาฬิกาพกเป็นครั้งแรก,นาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษเป็นเรือนแรก,นาฬิกาปลุกในประเทศญี่ปุ่ญเป็นเรือนแรก,นาฬิกากันน้ำของญี่ปุ่ญเป็นเรือนแรก,นาฬิกาข้อมือที่บางที่สุดเรือนแรกของโลกพร้อมบอกวันที่,นาฬิกาพลังแสงอาทิตย์เรือนแรกของโลก,นาฬิกาข้อมือระบบควอทซ์ที่มีกลไกลบางที่สุดบางกว่า  1 ม.ม.  ,ผลิตนาฬิกาเรือนแรกที่มีเครื่องวัดอุณหภูมิและกันน้ำ, นาฬิกาดำน้ำเครื่องแรกพร้อมระบบวัดความลึก,นาฬิการะบบเตือนด้วยเสียงเรือนแรกของโลก,นาฬิกาเรือนแรกที่คววบคุมด้วยระบบวิทยุ,นาฬิกาดำน้ำที่ใช้การเชื่อมต่อกับคอมพิวตอร์,นาฬิการะบบอนาล็อกที่ใช้พลังงานแสงที่บางที่สุดในโลก,นาฬิกาดำน้ำที่ใช้พลังงานแสงเรือนแรก,และล่าสุดผลิตนาฬิกาแนวใหม่โดยใช้ความแตกต่างของอุณหภูมิจากตัวผู้สวมใส่กับสิ่งแวดล้อม มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าสร้างพลังงานในการขับเคลื่อนนาฬิกา ซึ่งที่ผ่านมาซิติเซนได้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากโดยการเปลี่ยนจากการใช้แบตเตอรี่อย่างสิ้นเชิงมาใช้พลังงานแสงแทน ทำให้ ซิติเซนได้รับเครื่องหมายทางนิเวศน์ (Eco Mark) ของสมาคมสิ่งแวดล้อมในญี่ปุ่ญ ซึ่งเป็นตัวการันตีให้กับซิติเซนเป็นอย่างดี ....ป๋า

 

                                                                                                                                      ประวัติ ORIS

 

     Mr.Christine และ Mr. Cattin ได้ร่วมลงทุนสร้างโรงงานผลิตนาฬิกาโอริสขึ้นที่ หมู่บ้าน Holstein บริเวณเชิงเขา Jura ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในปี 1904ปี ค.ศ. 1925 โอริสเปิดโรงงานชุบไฟฟ้าของตังเอง (ชุบทอง ชุบโครเมียม)ที่ทำให้โอริสมีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้นปี ค.ศ. 1938 เริ่มผลิตนาฬิการุ่น "ปอยท์เตอร์" ที่ต่อมา เป็นรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับโอริสมากที่สุด และยังเป็นรุ่นที่ผลิตออกมาสู่ท้องตลาดติดต่อกันจนกระทั่งปัจจุบัน ปี ค.ศ. 1949 โอริสทำนาฬิกา ปลุกไขลานได้ยาวนานที่สุด 8 วัน เป็นความก้าวหน้าเหนือยี่ห้ออื่นในขณะนั้นปี ค.ศ. 1952 โอริสผลิตนาฬิกาที่มี Power Reserve เด่นที่สุดเครื่องรุ่น 601ปี ค.ศ. 1966-1968 โอริสได้รับ ประกาศนียบัตร ความเทียงตรงว่าเป็นนาฬิกา โครโนมิเตอร์ดีที่สุดเที่ยงตรงที่สุด จาก The Osbervatory of Neuchatel ปีค.ศ. 1970 ได้ผลิต นาฬิกา โครโนกราฟ รุ่นแรกออกสู่ตลาดปี ค.ศ. 1988 โอริสได้ผลิตนาฬิกาข้อมือ ปลุกได้ แบบนาฬิกาจักรกล รุ่นแรกจำนวนจำกัด  ปี ค.ศ. 1989-1990 ได้ผลิตนาฬิกา "เพลย์เยอร์" ขึ้เพื่อใช้ นับ วัด และเก็บคะแนนกีฬาต่างๆ ใช้เข็มชี้บอกปี ค.ศ. 1994 โอริสแนะนำนาฬิกา LIMITED EDITION ในโอกาสที่โอริสครบรอบ 90 ปี จำนวน 90 เรือนปีค.ศ. 1996 โอริสผลิตนาฬิการุ่นพิเศษ ทำด้วยทองคำแท้ 18 กระรัต ตั้งเวลาปลุกได้ จำนวนเพียง 250 เรือนทั่วโลก และล่าสุด  โอริส ผลิตนาฬิการ่วมฉลอง ที่ในหลวงทรงครองราชฯ60ปี เป็น Limited Edition เพียง 999 เรือนเท่านั้น ...ป๋า

 

 

ประวัติ  ROLEX

         คศ. 1905   ผู้ก่อตั้ง  Rolex  เป็นชาวเยอรมัน ชื่อ ฮันส์  วิลส์ดอร์ฟ (Hans Wilsdorf)เขาได้จดทะเบียนการค้าเครื่องหมาย Rolex ในปี 1908 ซึ่งเขาคิดว่ามันเป็นคำที่ออกเสียงง่ายในหลายภาษาทั่วโลกและสั้นกระชับที่จะประทับลงบนหน้าปัดนาฬิกา  เขาเป็นผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบในการพัฒนาเครื่องให้มีขนาดเล็กแต่เที่ยงตรงที่สุดเพื่อนำมาใช้กับนาฬิกาข้อเมือ ที่สามารถสื่อถึงสไตล์แฟชั่นและรสนิยม ซึ่งในช่วงแรกได้จ้างบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่งชื่อ Aegler ในสวิสเป็นผู้ผลิตเครื่องให้

คศ. 1910 rolex  ได้รับรางวัล Chronometer  ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกที่ได้รับรางวัลนี้  (คุณสมบัติยิ่งยวดของ Cronometer คือจะต้องเที่ยงตรงที่สุด ห้ามกระตุกระติกคลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย และต้องได้รับการรับรองความแม่นยำจากสถายันตรวจสอบ COSC (Controle Officiel Suisse des Chronometer Control ในประเทศอังกฤษ) อีกด้วย อย่าไปจำสับสนกับคำว่า  Chronograph ละ ..ป๋าขอบอก)และจุดที่ทำให้rolex ดังไปทั่วโลก คือการคิดระบบเม็ดมะยมแบบเกลียว (screw crown) ซึ่งเป็นนาฬิกากันน้ำเรือนแรก และมีการโฆษณา โดยมีการทำเป็นอะควาเรียมจำลองแบบไต้ท้องทะเลโชวน์นาฬิกาอยู่ในน้ำ หน้าร้านซึ่งแสดงให้เห็นคุณสมบัติกันน้ำได้อย่างชัดเจน(ก่อนหน้านี้คนส่วนมากยังแคลงใจว่านาฬิกาจะกันน้ำได้จริหรือไม่ นี่เองคือจุดที่ทำให้เขามีชื่อเสียง)

คศ. 1928 rolex  prince เป็นนาฬิกาที่ขายดีที่สุดจากการดีไซน์รูปทรงสี่เหลี่ยม 2 หน้าปัด

คศ. 1931 Rolex ได้ประดิษฐ์ Rotor รูปครึ่งวงกลมซึ่งหมุนได้อย่างอิสระที่ทำให้เกิดระบบ อัตโนมัติขึ้น ซึ่งเป็นนาฬิการะบบออโตเมติกที่ประสบความสำเร็จเรือนแรกของโลก     กล่าวกันว่าสิ่งที่ทำให้ Rolex โดดเด่นเหนือนาฬิการะดับสูงอื่น ๆ คือ รูปทรงกลมขนาดใหญ่ของหน้าปัดและสายที่มีความกว้าง แต่สง่างามมองเห็นได้แต่ไกลซึ่งพิสูจน์ความเป็นอมตะไว้อย่างยาวนาน     

คศ.  1960 ถึง 1970   กระแสความนิยมนาฬิกาควอตซ์ได้ระบาดเข้ามาแทนที่นาฬิการะบบกลไก เนื่องจากมีต้นทุนทีต่ำกว่ามากและยังมีเทคโนโลยีระบบดิจิตอลที่ทำให้เที่ยงตรงได้มากกว่า  "ไซโก" ได้ทำให้อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสเข้าสู่วิกฤต อย่างแท้จริง กว่าครึ่งหนึ่งต้องปิดกิจการลง และ 1 ใน 3 ของผู้ที่เหลืออยู่ต้องหันมารวมตัวกันเพื่อความอยู่รอด  และ หันมาผลิตนาฬิการะบบ quartz กันหมด แต่ rolex ยังคงยืนหยัดในการผลิตนาฬิการะบบกลไกอย่างมั่นคง  ROLEX ยังคงเป็นดินแดนลึกลับและเป็น คนนอกของเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ ปรัชญาของพวกเขาคือ "ให้นาฬิกาพูดด้วยตัวของมันเอง"  แม้ผู้สวมใส่จะไม่เคยเห็นกลไกภายใน แต่สำหรับrolex ที่เจนีวา ช่างฝีมือในชุดขาวแบบห้องแล็บออกแบบตามหลักพลศาสตร์กันอย่างขมักเขม้น  ทุกชิ้นส่วนต้องได้มาตรฐานในทุกมิติ มุมตัดจะต้องถูกขัดให้มนจนเป็นประกายเงางาม  สิ่งเหล่านี้แทบจะไม่มีคุณค่าเลยเพราะลูกค้าไม่สามารถมองเห็นแต่ สำหรับโรเล็กซ์นี่คือมาตรฐานและคุณภาพ     Rolex ผลิตเครื่องภายใน (Movement) ด้วยตัวเองซึ่งไม่เหมือนกับแบรนด์ดังอื่น ๆ ที่อาจใช้ของกันและกันได้  rolex มีช่างฝีมือและช่างเทคนิคที่ต้องช่วยกันผลิตนาฬิกาแต่ละเรือนตามมาตรฐานเพื่อให้ได้ตราประทับของrolex   " มัน(จำเป็นต้องมีคุณภาพ) มากกว่าที่คนทั่วไปต้องการมาก มันจึงเป็น Mercedes Benz ของนาฬิกาข้อมือ   มากกว่าความเป็นวิศวกรรม และ ไม่ใช่เพื่อเงินแต่มันเป็นวิถีของROLEX"   ก่อนส่งออกจากเจนีวา rolexทุกเรือนจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพหลายครั้ง เพื่อหารอยขีดข่วน การตรวจระยะห่างและแนวขนานต่าง ๆ ของกลไกและเข็มที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า การตรวจสอบระบบกันน้ำให้ได้อย่างน้อย 330 ฟุต หรือแม้แต่การปรับช่วงความคลาดเคลื่อนของเวลาที่จะมีขึ้น 2 วินาทีในทุก ๆ 100 ปี เหล่านี้คือมาตรฐานก่อนประทับตรา Rolex   ดังคำพูดที่ว่า "เราไม่ได้ต้องการที่จะใหญ่ที่สุด  แต่หากเป็นหนึ่งในผู้ที่ "ดีที่สุด" ในอุตสาหกรรม" หนึ่งในคำพูดของผู้บริหารที่มีต่อ  Rolex

 

""แนะนำติชมเชิญได้ที่เว็ปบอร์ดเท่านั้นครับ""

 



บริการของร้านค้า
แจ้งการชำระเงิน
เพิ่มเพื่อน


© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.